Category: Middle East News

รัสเซีย กับการตัดสินใจครั้งสำคัญ

Russia

ปัญหาข้อพิพาทในประเทศซีเรีย นับว่าเป็นปัญหาระดับโลกไปแล้ว เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลของประเทศซีเรีย กับกลุ่มต่อต้าน กลุ่มปฏิวัตินั้น เริ่มที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการเข้ามาถือหางของมหาอำนาจของโลกทั้งสองฝ่าย นั่นทำให้แต่ละฝ่ายเหมือนได้รับพี่เลี้ยงชั้นดีที่พร้อมจะช่วยให้การรบสัมฤทธิ์ผล ล่าสุดรัสเซียต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ส่งหรือไม่ส่งอาวุธ อาวุธ S-300 กลายเป็นหัวข้อสำคัญของการตัดสินใจจากรัสเซีย เพราะการส่งอาวุธเข้าไปช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาลซีเรียนั้น ย่อมหมายถึง การประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า รัสเซีย พร้อมจะถือหางรัฐบาลชุดนี้ต่อไป แถมอาวุธตัวนี้นับว่าเป็นเขี้ยวเล็บสำคัญของทางรัฐบาลซีเรียที่จะเอาไว้ต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย อาวุธ s-300 คืออะไร สำหรับ อาวุธเจ้าปัญหาตัวนี้ชื่อว่า s-300 มันคือขีปนาวุธต่อต้านอากาศรูปแบบหนึ่ง ความเจ๋งของมันก็คือ มันสามารถยิงขีปนาวุธไปดักสกัดเครื่องบินรบของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแม่นยำ หรือจะยิงเพื่อทำลายขีปนาวุธพิสัยไกลของอีกฝ่ายให้ทำลายตัวเองไปก่อนจะตกลงสู่พื้นที่ต่อสู้ก็ทำได้เหมือนกัน สรุปก็คือ อาวุธ s-300 จะทำให้ฝ่ายต่อต้านต่อสู้ลำบากมากขึ้น อะไรบินขึ้นฟ้าโดนสอยร่วงหมดแน่นอน หากจะแก้เกมเค้าต้องหาเครื่องบินรบที่บินได้สูงกว่า เร็วกว่า ดีกว่าที่ศักยภาพของเครื่อง s-300 ซึ่งดูแล้วตอนนี้ฝั่งต่อต้านน่าจะยังไม่มีวิทยาการอันนี้ อาวุธที่ทำให้หลายฝ่ายเดือดร้อน หากรัสเซียเห็นว่าเครื่อง s-300 เหมาะสำหรับการนำเข้าไปช่วยเหลือจริง พร้อมกับดำเนินการดังกล่าว จะทำให้ฝ่ายต่อต้านกุมขมับเลย รวมถึงคนที่คอยสนับสนุนพวกเค้าด้วย เพราะฝ่ายต่อต้านไม่มีเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่อง S-300 เลย หรือหากจะมีจริงๆ มันก็ต้องเกิดจากการให้ยืมของพี่เลี้ยงนิรนามที่คอยสนับสนุนพวกเค้าอยู่ ปัญหาก็คือหากเค้าส่งมาจริงมันก็เป็นการประกาศแบบโต้งๆ ไปเลยว่า ใครอยู่เบื้องหลังครั้งนี้ ซึ่งประเทศที่อยู่เบื้องหลังการป่วนซีเรียอาจจะทำให้เสียภาพลักษณ์ในวงการเวทีการเมืองระดับโลกไปเลยก็ได้ […]

หลังไม่ยอมพบปะกับรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ “ทรัมป์” ขู่ระงับเงินช่วยเหลือปาเลสไตน์

Trump-go

ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมพ์กล่าวว่า อเมริกาจะตัดการระดมทุนช่วยเหลือของชาวปาเลสไตน์ให้หมดไป หากไม่ยอมทำข้อตกลงสันติภาพกับทางอิสราเอลให้ในเร็ววัน โดยคำขู่นี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมกับประธานาธิบดีเบนจามิน นาทานนาฮู ในเมืองเดวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยกล่าวว่า “เงินช่วยเหลือวางอยู่บนโต๊ะแล้ว และมันจะไม่ไปไหนจนกว่าพวกเขาจะนั่งคุยกันดี ๆ เพื่อสร้างสันติภาพระหว่างกัน” โดยโดนัลด์ทรัมพ์ยังบอกอีกว่า “อิสราเอลนั้นอยากที่จะเจรจาสันติด้วย และพวกเขาจะต้องทำ ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรพวกเขาอีกต่อไป” จากคำประกาศดังกล่าวของโดนัลด์ทรัมพ์ ทำให้จำนวนเงินกว่า 65 ล้านเหรียญที่เตรียมจะถูกส่งไปช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ถูกระงับไว้ชั่วคราว แต่จำนวนเงิน 60 ล้านเหรียญยังคงถูกส่งไปยังสหประชาชาติ เพื่อให้ดำเนินกิจการได้ต่อไป นอกจากนี้การตัดงบยังรวมไปถึงการช่วยเหลือทางด้านเสบียงอาหาร การบริการต่าง ๆ ด้านสุขภาพ บริการด้านการศึกษาในฝั่งตะวันตก, เลบานอน, จอร์แดนและซีเรีย ต่อมา นิกกี เฮลีย์ ได้เดินทางไปที่สหประชาชาติในฐานะทูตสหรัฐฯ โดยได้กล่าวว่า “สหรัฐต้องการที่จะช่วยเหลือทั้งอิสราเอล และปาเลสไตน์บรรลุข้อตกลงในการสร้างสนิติภาพ แต่เราจะไม่ไล่ตามความเป็นผู้นำของปาเลสไตน์ซึ่งขาดสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เกิดสันติภาพ เราต้องการผู้นำที่กล้าพอที่จะลงมือทำอะไรที่ยิ่งใหญ่” โดยทางสหรัฐเปิดฉากด้วยการย้ายสถานทูตจาก Tel Aviv ไปยังกรุงเยรูซาเล็มในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อปราเลสไตน์ ส่วนทางปาเลสไตน์ก็ออกมาตอบโต้ว่าจะไม่สนใจเงินช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกา โดยสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผู้นำของพวกเขาก็ปฎิเสธที่จะพบกับรองประธานาธิบดีไมค์ เพ็นซ์ ในขณะที่เขาเดินทางมาเยือนภูมิภาคเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และการมาเยือนครั้งนี้ก็ไม่ได้มีผู้ใดมาต้อนรับ โดยเฉพาะผู้นำปาเลสไตน์ ในขณะที่เพ็นซ์กำลังไปเยือนกับเจ้าหน้าที่ของอิสราเอล นายมามุด […]

หลังการกวาดล้างคอร์รัปชั่น มหาเศรษฐีซาอุฯ ถูกปล่อยตัวแล้ว

Saudi

            เจ้าชาย อัล-วาลีด บิน ทาลาล เป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่เก่งกาจที่สุดอันดับต้น ๆ ราชอาณาจักร ได้ถูกปล่อยตัวแล้วเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากถูกจับกุมเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน ในระหว่างการกวาดล้างคอรัปชั่น การปล่อยตัวครั้งนี้ โดยมีคำสั่งจากอัยการสูงสุดให้ปล่อยตัวเขากลับบ้านในเวลา 11.00 น โดยไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ การปล่อยตัวเจ้าชายอัลวาลีด และนักธรุกิจคนอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นแกนหลักในการคอรัปชั่น เป็นผลมาจากการที่สถานการณ์ในบ้านเมืองเริ่มเข้าสภาวะปกติ หลังจากสั่งกวาดล้างแบบสายฟ้าผ่า ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศเป็นอย่างมาก ในระหว่างที่เจ้าชายอัลวาลีดถูกคุมขังอยู่ที่ Ritz-Carlton ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน พร้อมกับนักธุรกิจคนอื่น ๆ หลายสิบคน ซึ่งเป็นผลมาจากแผนการปฎิรูปซาอุดิอาระเบีย ที่เป็นมหาอำนาจจากน้ำมันบนแผ่นดินของพวกเขา โดยทางเจ้าชายอัลวาลีดได้ให้สัมภาษณ์เป็นเวลากว่าหลายชั่วโมงจนกระทั่งถูกปล่อยตัว โดยยังคงยืนกร่านปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิโดยไม่เคยคิดหรือทำการคอรัปชั่นอย่างที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ถังยังบอกทิ้งท้ายไว้อีกว่า การที่เขาถูกจับครั้งนี้ เป็นการเข้าใจผิด อีกทั้งยังสนับสนุนการปฏิรูปของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน การที่เขาประกาศตัวว่าเป็นผู้บริสุทธิกับสำนักข่าวรอย์เตอร์ครั้งล่าสุด ปัจจุบันนี้เขามีหน้าต่างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหนวดเคราที่ขึ้นมาหนาขึ้น ในระหว่างที่ถูกขุมขังเป็นเวลากว่าหลายเดือน ในข้อหาฟอกเงิน รับสินบน และอื่น ๆ โดยมีทรัพสินรวมกันมากถึง 17 พันล้านเหรียญ โดยเนื้อหาคำพูดที่เขาได้กล่าวกับสื่อมีดังนี้ […]