Category: Middle East News

ระทึก ‘ไอ้โม่ง’ระดมยิงขีปนาวุธ 9 ลูกถล่มซีเรีย ตายเป็นเบือ26ศพ

Fired-missiles

วิเคราะห์ “ไอ้โม่ง” ทำไปทำไม ระหว่างการศึกสงครามสู้รบของสองฝ่าย อะไรเป็นสิ่งที่น่ากลัวสุดในยุคนี้ คำตอบก็คือ ไอ้โม่ง ที่อาจจะกลายร่างเป็นมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดภาวะตึงเครียดขึ้นไปอีก อย่างเช่นสงครามบนประเทศซีเรียที่ตอนนี้ตึงเครียดอยู่แล้ว จากการใช้กำลังภายในทั้งสองฝ่าย แต่กลับมีไอ้โม่งที่ไหนไม่รู้ มายิงขีปนาวุธเหมือนสาดน้ำมันลงไปบนกองเพลิงสงครามครั้งนี้ ปฏิบัติการ ไอ้โม่ง ถล่มซีเรีย ปฏิบัติการครั้งดังกล่าวมีขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2561 ได้มีคนบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ว่า เกิดเหตุขีปนาวุธจำนวน 9 ลูกพุ่งเข้าถล่มเมืองฮามา และ อเลปโป ทางภาคเหนือของประเทศซีเรีย เป้าหมายที่ขีปนาวุธลงไปนั้นก็คือค่ายทหารหลายแห่งที่สนับสนุนฝ่ายรัฐบาลประเทศซีเรีย จากการยิงขีปนาวุธดังกล่าวทำให้เกิดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 ศพ บาดเจ็บอีกมากมาย จากภาคคลิปจะเห็นว่าขีปนาวุธดังกล่าวทำให้เกิดภาพแสงไฟสว่างวูบวาบจนน่ากลัว เป้าหมายปฏิบัติการ สำหรับการยิงขีปนาวุธในครั้งนี้ เชื่อกันว่าเป้าหมายคือการตัดทอนกำลังฝ่ายทหารของกลุ่มรัฐบาลนำโดย ประธานาธิบดี อัสซาด เพราะบริเวณที่ถูกขีปนาวุธยิงเป็นพื้นที่สำหรับการฝึกทหารที่ชื่อว่า กองพลน้อยที่ 47 ตรงนี้เดิมทีเป็นแหล่งรวมของทหารนักรบชาวชีอะห์ อีกส่วนหนึ่งต้องการทำลายคลังเก็บอาวุธ เก็บจรวดของกลุ่มดังกล่าวด้วย ซึ่งก็ถือว่าทำได้ตามเป้าหมายของพวกมัน สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด ปฏิบัติการครั้งนี้ผลของมันไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องทหารเท่านั้น ยังส่งผลกระทบไปยังด้านการเมืองด้วย อย่างที่รู้กันว่า ซีเรีย ตอนนี้แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ด้านหนึ่งคือรัฐบาลดูแลประเทศนำโดยประธานาธิบดี อัสซาด อีกด้านหนึ่งเป็นการก่อปฏิวัติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็พร้อมจะทำสงครามใส่กันตลอดเวลาอยู่แล้ว ยิ่งมีเหตุนี้มาซ้ำอีก ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดจนถึงขั้นอาจจะเปิดสงครามเต็มรูปแบบขึ้นอีกครั้งก็ได้ ไม่เพียงเท่านั้นความตึงเครียดนี้ยังส่งผลไปถึงมหาอำนาจที่ถือหางทั้งสองฝ่ายอยู่คงจะไม่ยอมให้โดนลูบคมอยู่ฝ่ายเดียว […]

รัสเซีย กับการตัดสินใจครั้งสำคัญ

Russia

ปัญหาข้อพิพาทในประเทศซีเรีย นับว่าเป็นปัญหาระดับโลกไปแล้ว เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลของประเทศซีเรีย กับกลุ่มต่อต้าน กลุ่มปฏิวัตินั้น เริ่มที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการเข้ามาถือหางของมหาอำนาจของโลกทั้งสองฝ่าย นั่นทำให้แต่ละฝ่ายเหมือนได้รับพี่เลี้ยงชั้นดีที่พร้อมจะช่วยให้การรบสัมฤทธิ์ผล ล่าสุดรัสเซียต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ส่งหรือไม่ส่งอาวุธ อาวุธ S-300 กลายเป็นหัวข้อสำคัญของการตัดสินใจจากรัสเซีย เพราะการส่งอาวุธเข้าไปช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาลซีเรียนั้น ย่อมหมายถึง การประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า รัสเซีย พร้อมจะถือหางรัฐบาลชุดนี้ต่อไป แถมอาวุธตัวนี้นับว่าเป็นเขี้ยวเล็บสำคัญของทางรัฐบาลซีเรียที่จะเอาไว้ต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย อาวุธ s-300 คืออะไร สำหรับ อาวุธเจ้าปัญหาตัวนี้ชื่อว่า s-300 มันคือขีปนาวุธต่อต้านอากาศรูปแบบหนึ่ง ความเจ๋งของมันก็คือ มันสามารถยิงขีปนาวุธไปดักสกัดเครื่องบินรบของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแม่นยำ หรือจะยิงเพื่อทำลายขีปนาวุธพิสัยไกลของอีกฝ่ายให้ทำลายตัวเองไปก่อนจะตกลงสู่พื้นที่ต่อสู้ก็ทำได้เหมือนกัน สรุปก็คือ อาวุธ s-300 จะทำให้ฝ่ายต่อต้านต่อสู้ลำบากมากขึ้น อะไรบินขึ้นฟ้าโดนสอยร่วงหมดแน่นอน หากจะแก้เกมเค้าต้องหาเครื่องบินรบที่บินได้สูงกว่า เร็วกว่า ดีกว่าที่ศักยภาพของเครื่อง s-300 ซึ่งดูแล้วตอนนี้ฝั่งต่อต้านน่าจะยังไม่มีวิทยาการอันนี้ อาวุธที่ทำให้หลายฝ่ายเดือดร้อน หากรัสเซียเห็นว่าเครื่อง s-300 เหมาะสำหรับการนำเข้าไปช่วยเหลือจริง พร้อมกับดำเนินการดังกล่าว จะทำให้ฝ่ายต่อต้านกุมขมับเลย รวมถึงคนที่คอยสนับสนุนพวกเค้าด้วย เพราะฝ่ายต่อต้านไม่มีเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่อง S-300 เลย หรือหากจะมีจริงๆ มันก็ต้องเกิดจากการให้ยืมของพี่เลี้ยงนิรนามที่คอยสนับสนุนพวกเค้าอยู่ ปัญหาก็คือหากเค้าส่งมาจริงมันก็เป็นการประกาศแบบโต้งๆ ไปเลยว่า ใครอยู่เบื้องหลังครั้งนี้ ซึ่งประเทศที่อยู่เบื้องหลังการป่วนซีเรียอาจจะทำให้เสียภาพลักษณ์ในวงการเวทีการเมืองระดับโลกไปเลยก็ได้ […]

หลังไม่ยอมพบปะกับรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ “ทรัมป์” ขู่ระงับเงินช่วยเหลือปาเลสไตน์

Trump-go

ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมพ์กล่าวว่า อเมริกาจะตัดการระดมทุนช่วยเหลือของชาวปาเลสไตน์ให้หมดไป หากไม่ยอมทำข้อตกลงสันติภาพกับทางอิสราเอลให้ในเร็ววัน โดยคำขู่นี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมกับประธานาธิบดีเบนจามิน นาทานนาฮู ในเมืองเดวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยกล่าวว่า “เงินช่วยเหลือวางอยู่บนโต๊ะแล้ว และมันจะไม่ไปไหนจนกว่าพวกเขาจะนั่งคุยกันดี ๆ เพื่อสร้างสันติภาพระหว่างกัน” โดยโดนัลด์ทรัมพ์ยังบอกอีกว่า “อิสราเอลนั้นอยากที่จะเจรจาสันติด้วย และพวกเขาจะต้องทำ ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรพวกเขาอีกต่อไป” จากคำประกาศดังกล่าวของโดนัลด์ทรัมพ์ ทำให้จำนวนเงินกว่า 65 ล้านเหรียญที่เตรียมจะถูกส่งไปช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ถูกระงับไว้ชั่วคราว แต่จำนวนเงิน 60 ล้านเหรียญยังคงถูกส่งไปยังสหประชาชาติ เพื่อให้ดำเนินกิจการได้ต่อไป นอกจากนี้การตัดงบยังรวมไปถึงการช่วยเหลือทางด้านเสบียงอาหาร การบริการต่าง ๆ ด้านสุขภาพ บริการด้านการศึกษาในฝั่งตะวันตก, เลบานอน, จอร์แดนและซีเรีย ต่อมา นิกกี เฮลีย์ ได้เดินทางไปที่สหประชาชาติในฐานะทูตสหรัฐฯ โดยได้กล่าวว่า “สหรัฐต้องการที่จะช่วยเหลือทั้งอิสราเอล และปาเลสไตน์บรรลุข้อตกลงในการสร้างสนิติภาพ แต่เราจะไม่ไล่ตามความเป็นผู้นำของปาเลสไตน์ซึ่งขาดสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เกิดสันติภาพ เราต้องการผู้นำที่กล้าพอที่จะลงมือทำอะไรที่ยิ่งใหญ่” โดยทางสหรัฐเปิดฉากด้วยการย้ายสถานทูตจาก Tel Aviv ไปยังกรุงเยรูซาเล็มในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อปราเลสไตน์ ส่วนทางปาเลสไตน์ก็ออกมาตอบโต้ว่าจะไม่สนใจเงินช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกา โดยสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผู้นำของพวกเขาก็ปฎิเสธที่จะพบกับรองประธานาธิบดีไมค์ เพ็นซ์ ในขณะที่เขาเดินทางมาเยือนภูมิภาคเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และการมาเยือนครั้งนี้ก็ไม่ได้มีผู้ใดมาต้อนรับ โดยเฉพาะผู้นำปาเลสไตน์ ในขณะที่เพ็นซ์กำลังไปเยือนกับเจ้าหน้าที่ของอิสราเอล นายมามุด […]